อ่านละคร รากบุญ[อวสาน/3] วันที่ 6 ธ.ค. 55

อ่านละคร รากบุญ[อวสาน/3] วันที่ 6 ธ.ค. 55

“กลับกันเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณมีประชุมตอนบ่าย”
ลาภิณพยักหน้ารับก่อนจะโอบเอวเจติยาจะพาเดินไป ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากดินแล้วจับข้อเท้าเจติยาเอาไว้ เจติยาก้มมองพร้อมกับร้องลั่น เธอดีดตัวหนีไปทางต้นไม้จนชนเข้ากับวิญญาณผู้ชายคนหนึ่ง ที่หน้าตาขาวซีด แต่ใบหน้าครึ่งซีกเกรอะกรังไปด้วยเลือดดูน่าสยดสยอง เจติยากรีดร้องลั่นพร้อมกับถอยหนี ลาภิณตกใจปนงงเพราะไม่เห็นมีอะไร นอกจากเจติยายืนหน้าซีดตกใจเพราะตั้งหลักไม่ทัน
“เธอเห็นวิญญาณใช่มั้ย” ลาภิณถาม
เจติยาพยักหน้ารับ
“ถามเค้าสิ ว่าต้องการอะไร”

เจติยาไม่สบายใจ “คุณต้นรำคาญรึเปล่าคะ”
“รำคาญเรื่องอะไร”
“ก็ชีวิตเจต่อจากนี้ไป ต้องมีวิญญาณมาขอความช่วยเหลืออยู่เรื่อยๆ มันอาจจะทำให้ชีวิตคุณต้องวุ่นวายไปด้วยน่ะสิคะ”



ลาภิณยิ้มแย้ม “เมื่อเธอเลือกที่จะช่วยเหลือวิญญาณพวกนี้ ชีวิตมันก็ต้องไม่ปกติอยู่แล้ว” ลาภิณยักไหล่ “ฉันเตรียมใจไว้แล้วล่ะ ครอบครัวฉันชอบของแปลกอยู่แล้ว ไม่งั้นจะทำงานกับศพได้เหรอ” ลาภิณยิ้ม
เจติยาค้อนใส่ก่อนจะมีสีหน้าเกรงใจ “แต่มันจะต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยนะคะ”
ลาภิณยักไหล่ “เราก็ต้องหากินกับศพไปตลอดชีวิตเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
เจติยายิ้มรับ “ขอบคุณมากค่ะ”
“ไปคุยกับเค้าเถอะ เค้ารอนานแล้ว เดี๋ยวอารมณ์เสียจะน่ากลัว” ลาภิณทำท่าขนลุก “ฉันไปรอที่รถก่อนดีกว่า” ลาภิณเดินนำไปแล้วหันไปพูดทางต้นไม้พร้อมกับทำยิ้มใจดีสู้เสือ “ตามสบายนะครับ”
“ทำเป็นเก่ง” เจติยายิ้ม ๆ แล้วส่ายหน้า
ลาภิณยักคิ้วกวนๆ ให้เจติยา
เจติยาหน้าตาบึ้งตึงเดินไปพูดกับวิญญาณข้างต้นไม้ด้วยท่าทีต่อว่า
“ต่อไปอย่ามาสภาพแบบนี้อีกนะ” เจติยาพูดบอกลอยๆ “บอกให้รู้กันเอาไว้ทั่วๆ เลยนะ ได้ยินก็บอกต่อกันไปด้วย ถ้าใครอยากให้ฉันช่วย ขอให้มาหล่อๆ สวยๆ ถ้าฉันตกใจ จะไม่ช่วยจริงๆ ด้วย” เจติยาทำหน้างอนๆเหล่าวิญญาณ
ลาภิณหันกลับมามองแฟนสาวที่กำลังต่อว่าผีอยู่อย่างงอนๆ ก็อดขำแล้วส่ายหน้าเอ็นดูไม่ได้

นวัชสวมแจ็คเก็ตทับชุดตำรวจขี่มอเตอร์ไซค์ให้นิษฐาซ้อนไปตามทางที่สวยงามยามเย็น นวัชจอดข้างทางที่มีวิวทิวทัศน์ร่มรื่น เขาเปิดหน้ากากหมวกกันน็อคขึ้นแล้วกวาดตามองวิว
นิษฐาเปิดหน้ากากหมวกกันน็อค “จะพาฐาไปไหนคะพี่หมวด”
นวัชพูด “ที่นี่ยังสวยไม่พอ”
“จะพาฐามาทำอะไรกันแน่เนี่ย”
“พี่แค่มีอะไรจะบอก ต้องหาบรรยากาศดีกว่านี้หน่อย” นวัชอมยิ้มอย่างมีเลศนัย
นิษฐาแอบคิดไปเองแล้วก็อมยิ้มอยู่ในที ก่อนจะพูดเสียงอ่อยปนเขิน “จะบอกอะไรเหรอ”
“เดี๋ยวก็รู้” นวัชปิดหน้ากากหมวกกันน็อคแล้วขี่รถมอเตอร์ไซค์ต่อไป
นิษฐาหงายไปเล็กน้อยก่อนจะรีบปิดหน้ากากหมวกกันน็อคทันที
นวัชขี่มอเตอร์ไซค์ต่อไปจนเห็นศาลาที่พักยื่นไปในบึงน้ำ นวัชพอใจจึงรีบขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไป
จอดทันที ทั้งคู่ลงจากมอเตอร์ไซค์ แล้วถอดหมวกกันน็อควางบนรถ นวัชรีบจูงมือนิษฐาพาเดินเข้าไปใน
ศาลากลางบึง
“อะไรของเค้าเนี่ย” นิษฐางง
“ตามมาเถอะน่ะ” นวัชบอก
นวัชจูงมือนิษฐาเดินเข้ามาถึงกลางศาลา
นิษฐาเขิน “มีอะไรจะบอกก็บอกมาซะที ลีลาเยอะแยะ”
นวัชยิ้มๆ แล้วเริ่มถอดเสื้อแจ็คเก็ต
นิษฐาตกใจเล็กน้อย “จะทำอะไรน่ะ”
“มีอะไรจะโชว์ให้ดู”
นิษฐาตกใจปนอายจึงยกมือขึ้นปิดตา “ไม่เอา ไม่ดู”
นวัชถอดเสื้อแจ็ตเก็ตออก “ดูหน่อยน่า”
นิษฐาเขินแต่ก็แอบหวั่นใจ “ทะลึ่ง ฐาจะกลับแล้ว” นิษฐาจะเดินกลับไป
นวัชคว้าแขนแล้วดึงกลับมา “เดี๋ยวสิ ดูก่อน พี่ตั้งใจโชว์ให้ฐาดูเป็นคนแรกเลยนะ”
นิษฐาหลับตาปี๋แล้วทำท่าแหยงๆ นวัชจับนิษฐาให้หันมาเผชิญหน้ากับตน โดยที่นิษฐายังหลับตาปี๋
“ลืมตาสิครับ”
นิษฐาค่อยๆ ลืมตาขึ้นก็เห็นนวัชใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจปกติ
“ไม่เห็นจะมีอะไรเลย”
นวัชยิ้มๆ “มองไม่ออกจริงๆเหรอ”
นิษฐาส่ายหน้างงๆ
นวัชแกล้งเอามือไปปัดๆที่ดาวที่ตอนนี้เป็น 3 ดวงหมายถึงได้รับการเลื่อนชั้นเป็นผู้กองแล้ว
“อุ๊ย...ฐาไม่ทันได้มอง ดีใจด้วยค่ะพี่หมวด”
“ผู้กองตะหาก” นวัชบอก
“อุ๊ย ใช่ค่ะ” นิษฐายิ้มปลื้มใจ “ฐาดีใจด้วยจริงๆค่ะ บอกแค่เนี้ย ทำเป็นเรื่องซะใหญ่โต”
“ก็พี่รู้ว่าฐาเป็นคนชอบอะไรโรแมนติค”
นิษฐาขำๆ “พี่คิดว่าที่ทำนี่โรแมนติคแล้วเหรอคะ”
นวัชจ๋อยๆ “พี่ก็คิดได้แค่นี้แหละ” นวัชยิ้มๆ แล้วจับมือนิษฐาเอาไว้ “งานก็ก้าวหน้าขึ้นแล้ว ขาดแต่เจ้าสาวเท่านั้นล่ะ” นวัชอ้อน

นิษฐาแอบดีใจแต่ทำฟอร์ม “โรแมนติคไม่พอ ไม่มีเจ้าสาวให้หรอก” นิษฐาค้อนใส่
“ต้องให้พี่รออีกนานแค่ไหน”
“นานหลายปีเลยล่ะค่ะ เพราะฐาจะเรียนต่อโท” นิษฐาเบ้ปากใส่แล้วจะเดินนำกลับไป
นวัชดึงมือรั้งเอาไว้ “แล้ววันนี้จะไม่ให้รางวัลพี่หน่อยเหรอ อุตส่าห์ได้เป็นผู้กองทั้งที” นวัชชี้นิ้วที่แก้มตัวเอง
นิษฐามองหน้านวัชเขินๆ แต่ก็ยอมหอมแก้มนวัชฟอดใหญ่ก่อนจะวิ่งเขินๆ กลับออกไป นวัชมองตามนิษฐายิ้มๆ ก่อนจะถอนใจออกมา

นทีมาดักรอเจติยาอยู่หน้าปากซอยด้วยสีหน้ากังวลและดูมีพิรุธ เจติยาเดินกลับเข้าซอยมา นทีรีบวิ่งไปกางแขนขวางหน้า
“อะไรของแก ตกใจหมดเลย”
นทีฉีกยิ้ม “ไปกินขนมหวานที่ตลาดกันมั้ย”
“ไม่หิว” เจติยาเบี่ยงตัวจะเดินเข้าซอย
นทีเดินตามไปขวาง “แต่ผมหิว”
“ก็เรื่องของแกสิ” เจติยาว่า
“ไปกินด้วยกันเถอะนะ นะ นะ”
เจติยาจ้องหน้า “อ้อนผิดสังเกต มีอะไรรึเปล่า”
“เปล่า” นทีแก้ตัว “ก็ ไม่มีตังค์อ้ะ”
เจติยาจ้องหน้าจับผิด “แกจะมาถ่วงเวลาฉันใช่มั้ย”
นทีกลอกตาไปมาเล็กน้อย
“ที่บ้านต้องมีอะไรแน่ๆ เลย” เจติยาผลักนทีออกไป แล้วเดินดิ่งเข้าซอยไปทันที
นทีหน้าเสีย “จะโดนคุณต้นยึดค่าจ้างมั้ยเนี่ย”
นทีเกาหัวแล้วรีบเดินตามเจติยาไปพร้อมกับดึงแขนไว้
“รอด้วยดิ”
เจติยาสะบัดแขนนทีออก “ปล่อย...” เจติยาเดินดิ่งเข้าซอยไป
นทีเดินตามไปติดๆ “พี่เจรอด้วย”

ลาภิณนั่งคุยกับมยุรีอย่างสุภาพที่โซฟารับแขกในบ้าน
“คุณพ่อคุณแม่ผมก็เสียหมดแล้ว จะไปเชิญญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นก็เกรงใจ ผมก็ไม่ค่อยสนิทด้วย”
“ไม่เป็นไรหรอก น้าก็ไม่ใช่คนเจ้าพิธีรีตรองอะไรนักหนา แค่คุณต้นเห็นหัวคนแก่อย่างน้า มาบอกกล่าว เข้าตามตรอกออกตามประตูแบบนี้ น้าก็ดีใจแล้วล่ะ” มยุรีบอก
ลาภิณยิ้มแย้มดีใจ
“ถ้าคุณต้นชอบเจมันจริงๆ น้าก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอก คุณเป็นคนดีมีน้ำใจ ถือว่าเป็นบุญของเจมันมากกว่า”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับคุณน้า”
“แล้วทำไมไม่รอเจ้าตัวเค้ากลับมาก่อนล่ะ”
“ไม่ได้หรอกครับ” ลาภิณหน้าแหย “กลัวเค้าโกรธ”
มยุรีขำออกมา “ไม่ทันไรกลัวยัยเจซะแล้ว”
“คุณน้าก็รู้ว่าเค้าไม่ชอบให้ใครบังคับ รายนั้นหัวดื้อจะตาย เจเค้าชอบให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ผมอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจให้คุณน้าเห็น”
“น้าเห็นแล้วล่ะ เอาเป็นว่า จะคิดจะทำอะไรก็อยู่ที่เราสองคนตัดสินใจก็แล้วกัน น้าไม่ขัดข้องอะไรหรอก”
ลาภิณยิ้มดีใจ “ขอบคุณมากครับคุณน้า” ลาภิณขยับตัวไปกราบตักมยุรี
มยุรีลูบหัวลาภิณด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเอ็นดูเหมือนลูกชายอีกคน

เจติยาเดินเร็วมาถึงหน้าบ้าน โดยมีนทีวิ่งตามมาติดๆ
“จะรีบไปไหนพี่เจ”
มยุรีเดินออกมาส่งลาภิณที่หน้ารั้วบ้านพอดี
“กลับมาพอดีเลยเจ” มยุรีทัก
นทีที่อยู่ด้านหลังยกมือไหว้ขอโทษลาภิณหน้าแหยๆ
“คุณต้นมาทำอะไรคะ” เจติยาถาม
“มาชวนคุณน้าไปงานฮัลโลวีนที่บริษัท” ลาภิณตอบ
“คุณแม่น่ะเหรอคะจะไป”
“ก็เพราะกลัวไม่ไปน่ะสิครับ ถึงต้องมาเชิญด้วยตัวเอง”
เจติยาจับตามองลาภิณอย่างไม่ไว้ใจ
“แต่ผมไปนะครับ” นทีรีบบอก
เจติยาหันไปดุ “ไม่ได้ถาม”
“ตกลงไปนะครับคุณน้า”
“จ้ะ” มยุรียิ้มแย้ม
เจติยาหันขวับมาจ้องหน้าแม่ มยุรีหลบสายตาเล็กน้อย
“งั้นผมกลับเลยนะครับ” ลาภิณยกมือไหว้มยุรี
มยุรีรับไหว้ “แล้วเจอกันวันงานค่ะ”
ลาภิณยิ้มให้เจติยาก่อนจะเดินไปขึ้นรถ เจติยาจับตามองด้วยสีหน้าระแวงไม่ไว้ใจ นทีรีบเดินมากระซิบข้างหูมยุรี
“ตกลงยกให้เค้ามั้ยแม่ ผมจะได้ยึดห้อง”
เจติยาหันมาจ้องตาขวาง “กระซิบอะไรกัน”

มยุรีและนทีรีบทำท่าปกติ ทั้งสองหันไปยิ้มแย้มบ๊ายบายให้ลาภิณ เจติยาค้อนใส่แม่กับน้อง ก่อนจะหันกลับไปมองทางรถลาภิณ
ทั้งๆ ที่ยืนกันอยู่ 3 คนแม่ลูก แต่เงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างรถลาภิณกลับมี 4 คน ผู้หญิงหน้าซีด ผมยาว ใส่ชุดนอนพลิ้วๆ ยืนอยู่ข้างๆ เจติยาอีกคน โดยเธอมีเชือกผูกคอติดคอเอาไว้ด้วย เจติยาหันขวับไปดูข้างๆ ด้วยความตกใจ วิญญาณหญิงสาวพูดกับเธอทันที
“บอกความจริง”

ตำรวจกำลังควบคุมตัวชายหนุ่มที่เป็นฆาตกรฆ่าหญิงสาวคนนั้นออกมาที่หน้าอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งตอนหัวค่ำ โดยมีชาวบ้านมามุงดูเต็มไปหมด เจติยาและนวัชกำลังมองตามชายหนุ่มฆาตกรไป
“ดีนะที่เจมาบอกก่อน เลยจับตัวคนร้ายได้ ไม่งั้นคงหลงกลคิดว่าเป็นการฆ่าตัวตายไปแล้ว” นวัชบอก
“ก็เพราะพี่หมวดหาหลักฐานได้เร็วด้วยล่ะค่ะ ไม่อย่างงั้นคนร้ายคงหนีไปได้” เจติยานึกได้ “เอ๊ย ไม่ใช่สิ พี่ผู้กองตะหาก” เจติยายิ้มแย้ม “ดีใจด้วยนะคะ”
นวัชยิ้ม “ก็เพราะเจอีกนั่นแหละ ทำให้พี่ได้ความดีความชอบ ขอบคุณมากนะ”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
“ตกลงเรียนจบแล้วจะทำงานกับคุณต้นต่อ ไม่มาช่วยงานพี่จริงๆเหรอ”
“เจทำงานอยู่ที่ไหน เจก็ช่วยงานพี่ได้อยู่แล้วล่ะค่ะ”
“อยากทำงานอยู่ใกล้ชิดแฟนว่างั้นเถอะ”
“ไม่ต้องมาแซวกันเลย” เจติยาเขิน
“พี่ดีใจด้วยนะเจ คุณต้นเป็นคนดีมาก เจเจอคนที่เหมาะสมแล้วล่ะ”
“ฐาก็ดีมากเหมือนกันค่ะ เจการันตีได้ เราต่างก็เจอคนที่เหมาะสมด้วยกันทั้งคู่แหละ” เจติยายิ้มให้
นวัชยิ้มรับก่อนจะนึกขึ้นได้อย่างตกใจ “อ้อ เกือบลืมบอกไป”
“มีอะไรเหรอคะ”
นวัชนึกขึ้นได้ก็หน้าเครียด “พี่เพิ่งได้ข่าวมาว่าเมื่อวานนี้นายพิสัยหายตัวไปจากคุก ตอนนี้ยังตามจับตัวไม่ได้เลย”
เจติยามีสีหน้าตกใจเหมือนกัน
“เจกับคุณต้นต้องระมัดระวังตัวให้มากๆเลยนะ ไม่รู้ว่ามันจะย้อนกลับมาล้างแค้นอีกรึเปล่า อย่าประมาทเป็นอันขาด”
เจติยาหน้าเครียดขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าคนที่จบไปแล้วอย่างพิสัยยังจะมาเป็นอันตรายกับตนอีก

ที่งานปาร์ตี้แฟนซีวันฮัลโลวีนที่ห้องจัดงานของบริษัทนิราลัย พนักงานในชุดผีต่างๆ ดื่มคุยเฮฮา ถ่ายรูปกันเป็นที่สนุกสนาน ในงานนี้พนักงานแต่งตัวผีปาร์ตี้กันเผ่นผ่าน นทีแต่งตัวเป็นผีกุมารทองกำลังยกแก้วน้ำส้มกับน้ำแดงเดินมาหาแม่และทวีที่กำลังคุยกันถูกคอ
มยุรีแต่งตัวเป็นผีหญิงไทยโบราณย้อนยุค ส่วนทวีแต่งตัวเป็นท่านเคาท์แดร็กคูล่า
“ลุงต้องน้ำแดง ถึงจะเข้าคอนเส็ปท์” นทีส่งน้ำแดงให้ทวี
นทีแจกน้ำไป นวัชก็จูงมือนิษฐาเดินผ่านทั้งสามคนไป นวัชและนิษฐาแต่งตัวเป็นตุ๊กตาเคนกับบาร์บี้ ที่มีมีดปักอกคนนึง และปักหลังคนนึง
นิษฐามีสีหน้าไม่สบายใจ “นายพิสัยคงไม่กล้ามาที่นี่หรอกค่ะ”
นวัชกวาดตามองไปทั่วๆ “ประมาทไม่ได้หรอก ยิ่งแต่งแฟนซีแบบนี้ยิ่งดูยาก เราสองคนต้องช่วยกันดู”
“พี่ก็อย่าทำหน้าซีเรียสนักสิ คนอื่นรู้ เดี๋ยวจะแตกตื่น หมดสนุกกันพอดี” นิษฐาว่า
โอ้เอ้ในชุดผีกระหังขยับกระด้งทำท่าบินผ่านมา
“ขอทางหน่อยครับ” โอ้เอ้เดินผ่านนวัชและนิษฐาไป
เสียงเจติยาดังขึ้น “ฐา มาถ่ายรูปกัน”
นิษฐามองหาพร้อมกับยิ้ม “เจอยู่นั่นไงคะ”
นวัชมองไปตามที่นิษฐาชี้ก็เห็นเจติยาในชุดผีจีน ทาหน้าขาว วิกผมยาวดำแสกกลางแนบแก้ม
เสื้อผ้าขาวยาวรุ่มร่ามกำลังถ่ายรูปกับผีอื่นๆ ในงานโดยโพสท์ท่ากันอย่างสนุกสนาน

นิษฐาลากนวัชไปถ่ายรูป แต่นวัชยังมีสีหน้าห่วงๆ ทำให้ไม่สนุกนักเพราะกลัวพิสัยลอบเข้ามาแก้แค้นในงาน เจติยาและนิษฐาโพสท์ท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน นวัชฝืนยิ้มแต่ใช้สายตากวาดดูไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
ทันใดก็มีเสียงเพลงสยองขวัญน่ากลัวดังขึ้นทางเวที จนทุกคนต้องหันไปมอง ลาภิณในชุดสูทดำเท่แต่งหน้าซีดแบบแวมไพร์ถือไมค์ลอยเดินมากลางเวที ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของสาวๆ และเสียงปรบมือของทุกคนในงานยาวไม่หยุด
นวัชและนิษฐาสบตากันเล็กน้อยเหมือนมีแผนการ นิษฐาลากเจติยาไปรวมกลุ่มทางมยุรี นที
และทวี
ลาภิณยิ้มแย้ม พูดใส่ไมค์ลอยกลางเวที “ขอบคุณครับ...ที่ผมขึ้นเวทีมาวันนี้ก็เพื่อจะมาขอบคุณพนักงานทุกๆคนของนิราลัยที่ยังยืดหยัดสู้อยู่กับเรา”
เจติยานำปรบมือก่อนทุกคนปรบมือตาม
“บริษัทเราผ่านปัญหาต่างๆ มามากมาย เบาบ้างหนักบ้าง มาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีพนักงานคนไหนทิ้งเราไปซักคน มันทำให้ผมมีพลังที่จะสู้งานผลักดันบริษัทเราให้เดินหน้าต่อไป”
พนักงานเป่าปาก ปรบมือ
“ปีนี้คาดว่าผลประกอบการจะสูงสุดกว่าทุกปี แน่นอนครับ ผมจะปรับเงินเดือนขึ้นให้ทุกคน และปลายปีนี้มีโบนัสติดมือขั้นต่ำ 3 เดือน”
พอลาภิณพูดจบ เสียงปรบมือ เป่าปาก และเสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังสนั่นหวั่นไหว
ลาภิณยิ้มแย้ม “พอแล้วครับเดี๋ยวเสียงแหบ...ทราบแล้วว่าถูกใจกันมาก”
ทุกคนขำๆ
ลาภิณมองไปที่เจติยา “สุดท้าย ผมอยากจะขอบคุณพนักงานสาวคนนึง เธอทำงานอยู่ที่ห้องแต่งศพ”
โอ้เอ้ตะโกนดังขึ้นมา “พี่เจของผมเองครับ”
ทุกคนส่งเสียงแซว เจติยาดึงกระด้งมาฟาดใส่หัวโอ้เอ้ แล้วไฟก็สาดไปจับที่เจติยาพอดี เจติยาเขิน รีบสงบท่าที
ลาภิณจับตามองมาที่เจติยา “เธอช่วยชีวิตผมเอาไว้หลายครั้ง แถมยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ผมเข้มแข็งผ่านเรื่องร้ายๆมาได้”
ทุกคนปรบมือให้เจติยา ๆ ยิ้มเขิน
“ถึงผมจะร้องเพลงไม่ค่อยเก่ง แต่วันนี้ผมมีเพลงนึง อยากจะร้องให้เธอฟัง”
พนักงานสาวๆ กรี๊ดๆ คนอื่นๆ ปรบมือและเป่าปากกัน นิษฐากระเซ้าเพื่อน เจติยาอมยิ้มเขินๆ
ลาภิณรอจังหวะดนตรีขึ้น แล้วเขาก็ร้องเพลง “เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)” เริ่มจากเนื้อท่อนแรก
“ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเสกประสาทงามให้เธอ......”
“ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเสกประสาทงามให้เธอ....” ลาภิณร้องแล้วเดินลงจากเวทีตรงไปหาเจติยา
ทุกคนแหวกทางให้ลาภิณเดินไปหาเจติยา เจติยายิ้มขวยเขิน
ลาภิณร้องจบท่อนแรกตอนมาหยุดหน้าเจติยาแล้วเขาก็ร้องต่อไปพร้อมจ้องตาเจติยา สื่อความหมาย “ไม่ใช่ผู้วิเศษ เป็นเพียงผู้ชายมีใจมั่นรักเธอ ไม่มีฤทธิ์เดช มีเพียงหัวใจที่ใฝ่เฝ้ารักเธอไม่ใช่ผู้วิเศษ เป็นเพียงผู้ชายมีใจมั่นรักเธอ” ลาภิณหยุดร้อง จ้องตาเจติยาหวานเชื่อม “แต่งงานกับผมนะเจ”
เสียงกรี๊ดสนั่นทั่วห้องจัดงาน เจติยายิ้มขวยเขิน
มยุรีพูดเสียงดังขึ้นมา “แม่อนุญาต”
ทุกคนเฮกันอีก
“คุณแม่อ้ะ..” เจติยาเขินจัด
“ทุกคนรอฟังคำตอบอยู่นะ” ลาภิณบอก
“แวมไฟร์จะแต่งงานกับผีจีนได้ยังไงคะ” เจติยาพูดแก้เก้อ
ลาภิณพูดหน้าตาย “งั้นก็ต้องกัดซอกคอก่อน” ลาภิณจะเข้าไปกัด
เจติยาเขินมากจึงตีลาภิณไปเบาๆ
นทีผีกุมารทองรีบเดินเอากล่องใส่แหวนมาให้ลาภิณ
“ได้แล้วครับพี่เขย” นทีเปิดกล่องให้เห็นแหวนเพชร
เจติยาจ้องนที “ร้ายกาจนักนะเรา”

ลาภิณหยิบแหวนมาแล้วคุกเข่าต่อหน้าเจติยา
“ให้เกียรติแต่งงานกับผมนะครับ”
เจติยาเขินมาก ได้แต่พยักหน้ารับอย่างอายๆ
ทุกคนเฮฮา เป่าปาก ปรบมือเสียงดังสนั่นพร้อมกับดึงประทัดสายรุ้ง ลาภิณยิ้มดีใจ ลุกขึ้นสวมแหวนให้เจติยา แล้วทั้งคู่ก็สวมกอดกันท่ามกลางประทัดสายรุ้ง วิบวับทั่วงานและท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของทุกคนที่รักและยินดีกับทั้งคู่

หลายวันผ่านไป ลาภิณกับเจติยาในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวขับรถเปิดประทุนจอดอยู่บนถนนสวย เจติยาถือช่อดอกไม้เตรียมโยนให้เพื่อนๆ ผู้หญิงที่มาออท้ายรถ
“ใครอยากเป็นเจ้าสาวคนต่อไป เตรียมตัวให้พร้อม” เจติยายิ้มแย้มแจ่มใส
มยุรี นที ทวี โอ้เอ้ นวัช และ นิษฐา อยู่กันพร้อมหน้า
“ไปแย่งกับเค้าสิพี่ฐา” นทีบอก
“ไม่เอา”
“แต่พี่ผู้กองแกอยากแต่งจะแย่แล้ว ไป” นทีจับแขนนิษฐาพาวิ่งไปรับช่อดอกไม้
ทุกคนยิ้มแย้ม
“รอด้วยนที” โอ้เอ้วิ่งตามไป
“ไอ้โอ้เอ้ จะไปแย่งผู้หญิงเค้าทำไม๊” ทวีว่า
มยุรีขำๆ “สนุกของเค้า ช่างเถอะค่ะ”
ทุกคนมองตามยิ้มๆ ลาภิณแกล้งขับรถออกไปช้าๆ
“อยากได้ก็ตามมา” เจติยาบอก
เจติยายิ้มแย้มชอบใจแล้วโยนช่อดอกไม้มา นิษฐารับได้พอดี นทีเฮลั่น ลาภิณและเจติยายิ้มแย้มชอบใจ ทั้งคู่หันมาบ๊ายบาย สาวๆ วิ่งตามไปส่ง บางคนถ่ายรูปด้วย เหลือนิษฐายืนถือช่อดอกไม้เก้อๆ อยู่คนเดียว นวัชยิ้มกริ่มเดินเข้ามาหา
นวัชกระซิบข้างหูนิษฐา “สงสัยจะได้โทต๊องก่อนต่อโทซะแล้ว”
นิษฐาเขินอายหยิกพุงนวัช ก่อนจะโดนนวัชโอบกอดเอาไว้ แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มแย้มบ๊ายบายส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาว ลาภิณและเจติยายิ้มแย้มในขณะหันกลับมาบ๊าย บายทุกคน

เจ้าบ่าวลาภิณอุ้มเจ้าสาวเจติยาดันประตูห้องนอนเปิดอ้าเข้ามา ห้องนอนถูกจัดไว้เป็นห้องหอ
ตกแต่งอย่างสวยงามสำหรับวันนี้โดยเฉพาะ เจติยาเขินอายมาก ลาภิณอุ้มเจติยาไปนอนลงบนเตียง แล้วลงไปนอนตะแคงข้างๆ
ลาภิณทำสายตากรุ้มกริ่ม “หวังว่าคืนนี้คงไม่มีวิญญาณที่ไหนมาขัดจังหวะเข้าหอ ขอความช่วยเหลือเธออีกนะ”
เจติยายิ้มเขินๆ
“รีบบอกพวกเค้าก่อนว่างดรับแขกคืนนึง”
เจติยาขำๆ “บ้า” เจติยาตีแขนลาภิณด้วยความเขิน
ลาภิณจับตามองเจติยาไม่ละสายตาจนเจติยาเขิน ลาภิณค่อยๆ โน้มหน้าลงจะจุ๊บเจ้าสาว ทันใดนั้นประตูห้องที่เปิดอ้าเอาไว้ก็ค่อยๆ หุบปิดเองช้าๆ

เช้าวันใหม่ หน้าบริษัทนิราลัย ลาภิณ และเจติยา คู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลามันเดินจูงมือคุยกันมาตามทางเดินไปห้องแต่งศพ
“จะมีคู่ไหนเหมือนคู่เราบ้างมั้ยเนี่ย ฮันนีมูนในห้องแต่งศพโรแมนติกแบบวังเวงสุดๆ” ลาภิณแซว
“อย่าบ่นหน่อยเลยน่า งานช่วงนี้มันเยอะ อยากเสียลูกค้ารึไง” เจติยาถามกลับ
“โอเคคร๊าบ กรรมการผู้จัดการใหญ่”
เจติยายิ้มๆ “แน่ใจนะคะ ว่าวันนี้อยากจะเป็นลูกมือช่วยเจจริงๆ”
ลาภิณยิ้มมั่นใจ “แน่นอนครับ”
“หวังว่าคงไม่หน้ามืดเป็นลม เหมือนคราวก่อนอีกนะคะ”
ลาภิณยิ้มๆ “ถ้าจะเป็นลมก็เพราะ” ลาภิณทำหน้าทะเล้น “หมดแรงที่เมื่อคืนได้นอนน้อยมากกว่า”
เจติยาเขินมากจะฟาดลาภิณ ลาภิณขำๆ แล้ววิ่งหนีไป เจติยาวิ่งตามไปฟาด พนักงานเข็นเตียงศพคลุมผ้าผ่านมาพอดี ลาภิณเบรกแทบไม่ทันจนเกือบจะชน เจติยาตามมาติดๆ จึงชนลาภิณซ้ำ ลาภิณต้องจับเตียงเข็นศพเอาไว้โดยกระแทกไปเบาๆ ไม่ล้มคว่ำจนศพตกไปจากเตียง พนักงานก็ตกใจแต่ยึดเตียงเข็นไว้ทัน
ลาภิณหน้าแหยๆ “โทษที”
ทันใดนั้นศพนั้นก็เด้งขึ้นมานั่งทันที เจติยากรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ ผ้าคลุมเลื่อนตกลงมาทำให้เห็นว่าเป็นศพของพิสัย
ศพพิสัยหันขวับมาพูดใส่หน้าเจติยา “บอกความจริง!”
แล้วศพพิสัยก็พุ่งใส่เจติยาทันที

*****อวสาน*****

อ่านละคร รากบุญ[อวสาน/3] วันที่ 6 ธ.ค. 55

รากบุญ บทประพันธ์ของ ช่อมณี จากบริษัท ทีวีซีน จำกัด
รากบุญ บทโทรทัศโดย เอกลิขิต
รากบุญกำกับการแสดงโดย ย้ง ธราธร
รากบุญ ผู้จัดโดย ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
ละครแนวลึกลับ สืบสวน ให้แง่คิดเรื่องความสุขแท้จริง บาปบุญ คุณโทษและคุณค่าของเวลา
ติดตามชมละครเรื่องรากบุญ ได้ทางไมยทีวีสีช่อง 3
ออกอากาศตอนแรก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555
ที่มา manager